You are currently viewing LOGISTICS & PRODUCTION เสริมพลัง ผสานการทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

LOGISTICS & PRODUCTION เสริมพลัง ผสานการทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

       ก้าวใหม่สู่ Smart Factory 

       เป็นครั้งแรกที่ Manufacturing Execution System (MES) HYDRA ของ MPDV จะถูกนำมาใช้สื่อสารกับระบบการจัดการคลังสินค้า (WMS) ของบริษัท Vacom ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่อยู่ใกล้เมือง Jena ในเยอรมนี โดยใช้ HYDRA ร่วมกับ WMS  ซึ่งคุณ Viastore Kevin Möser, COO ของ Vacom ได้อธิบายถึงโอกาสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในการรวมระบบ จากการสัมภาษณ์ในครั้งนี้

 

       คุณโมเซอร์ เมื่อมีการนำระบบ MES มาใช้งานกับ WMS ในตอนนี้ หากมองย้อนกลับไปยังระบบเดิม คุณคิดว่าอย่างไร ? 

       “จะบอกว่าเป็นช่วงที่น่าตื่นเต้นมาก เราใช้ MES HYDRA และ WMS viadat ในการผลิตของเรามาหลายปีแล้ว จนตอนนี้ทั้ง 2 ระบบสามารถสื่อสารกันได้โดยตรงผ่าน interface ใหม่ และไม่จำเป็นต้องสื่อสารผ่าน ERP ของ SAP อีกต่อไป ตอนแรกผมอยากรู้ว่าเราจะทำตามแผนทั้งหมดของเราที่วางไว้ได้หรือไม่ แต่ในที่สุดเราทำก็ได้ และผมภูมิใจในความสำเร็จนี้มาก! ”

 

       ข้อดีของการสื่อสารได้โดยตรงระหว่าง MES และ WMS คืออะไร

       “ในวันนี้ผมพูดได้เลยว่าตอนนี้ทุกขั้นตอนมีความโปร่งใสทั้งในคลังสินค้าและ shop floor เรารู้ได้อย่างแน่ชัดว่าแต่ละรายการอยู่ที่ไหน เมื่อเทียบกับการใช้ในระบบเดิม ที่หากมีชิ้นส่วนในการผลิตหายไปที่ไหนสักแห่ง เราจะรู้สาเหตุก็ต่อเมื่อเสร็จสิ้นในขั้นตอนสุดท้าย โดยไม่เคยรู้เลยว่าระหว่างนั้นมีความผิดพลาดในขั้นตอนใด แต่ในตอนนี้เรารู้สาเหตุแล้ว โดยสามารถวิเคราะห์ได้ทันทีในระหว่างที่อยู่ในขั้นตอนการทำงาน ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนา Workflow ใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตของเราได้ ดังนั้น ผมจึงบอกได้ว่าการสื่อสารโดยตรงระหว่างระบบเป็นก้าวสำคัญสู่ Smart Factory ที่แท้จริง”

       “เราสามารถมั่นใจได้ว่ามีวัสดุที่จำเป็นต้องใช้ในปริมาณที่ถูกต้องจากการประมวลผล โดยสำรองสต็อกสำหรับการผลิตไว้ ด้วยเหตุนี้ HYDRA จึงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบ WMS และ ERP เพื่อทำให้การดำเนินการเป็นไปโดยอัตโนมัติ โดยผู้ใช้จะได้รับข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องคอย Monitor ตลอดเวลา ทำให้เราสามารถมุ่งความสนใจไปในหน้าที่หลักได้ คือการโฟกัสไปที่งานผลิตส่วนประกอบของเรา ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอีกประการหนึ่ง”

 

       แล้วการดำเนินการล่ะ? คุณดำเนินการอย่างไร…

        “Workflow ในการผลิตของเรามีความซับซ้อนมาก เราผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และผลิตชิป สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมเลนส์ และศูนย์วิจัย ซึ่งไม่มีชิ้นส่วนใดที่เหมือนกัน ในขณะที่เราพัฒนาโซลูชันให้กับลูกค้า สิ่งแรกที่เราต้องทำคือการวิเคราะห์กระบวนการผลิตของเราที่ต้องเป็นไปอย่างแม่นยำ วิธีการดำเนินการในสายการผลิตของเราจะต่างกับการผลิตทั่วไป ชิ้นส่วนสามารถเปลี่ยนจากการ milling ไปเป็นการเชื่อมและกลับไป milling และเชื่อมได้อีกครั้ง ซึ่งเราต้องคำนึงถึงทั้งหมดนี้ในระหว่างการวางแผน โดยเป้าหมายของเราคือการซิงค์ระบบทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต และสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นทั้งในเรื่องของการผลิตและการขนส่ง ไม่นานเราก็ทราบว่า ทุกระบบต้องสื่อสารกันโดยตรงและสามารถดำเนินการอัตโนมัติได้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เราต้องการก็คือระบบโลจิสติกส์และการผลิตที่เป็นแบบอัตโนมัติทั้งหมด

       เพื่อให้รับรองได้ว่าระบบมีความสามารถในการทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราได้มีการกำหนดว่าข้อมูล MES, WMS หรือ ERP จะถูกส่งผ่านไปยังระบบใด ซึ่งจำเป็นต้องกำหนดบทบาทให้กับแต่ละระบบอย่างแม่นยำ”

 

       น่าสนใจมาก! แล้วบทบาทของระบบต่าง ๆ มีอะไรบ้าง? และแต่ละระบบโต้ตอบกันอย่างไร?

       “เราใช้ระบบ ERP เพื่อสร้างคำสั่งซื้อ เมื่อใบสั่งผลิตออกแล้วจะถูกส่งไปยัง HYDRA และเมื่อ HYDRA รู้ส่วนประกอบของชิ้นส่วนและรู้สถานที่ที่ต้องมีการใช้ส่วนประกอบแล้ว เราจะบุความต้องการไว้ใน HYDRA และทำการ Confirm สต็อกใน WMS ล่วงหน้าสูงสุด 3 เดือน หากมีวัสดุเพียงพอ คำสั่งก็จะถูกบุ๊คไว้และไม่สามารถใช้สำหรับการสั่งซื้ออื่นได้ นี่คือวิธีที่เราสามารถรับประกันได้ว่าส่วนประกอบทั้งหมดจะพร้อมใช้งาน และสามารถดำเนินการให้เสร็จตามกำหนดเวลาได้”

 

       การใช้ระบบขนส่งแบบไร้คนขับถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำหรับพนักงานในการผลิตอย่างแน่นอน คุณมีส่วนร่วมกับพนักงานของคุณในกระบวนการนี้อย่างไร?

       “เรามีส่วนร่วมกับทุกคนที่เกี่ยวข้องในระยะแรกและอธิบายให้เห็นถึงข้อดี ตัวอย่างเช่น เรามีหุ่นยนต์สำหรับเสิร์ฟเครื่องดื่มใน Event ของบริษัท เพื่อกำจัดความกังวลของพนักงานเกี่ยวกับการรับส่ง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี”

 

       คุณคาดหวังอะไรในอนาคต ?

       “ เราคาดว่าระบบจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ setup time และปรับปรุงเวลาในการผลิตของเราได้อย่างมาก ซึ่งก็สามารถเป็นไปได้ เนื่องจากมีระบบมีการติดตั้งอยู่ในเครื่องจักรเมื่อเริ่มการทำงาน เราสามารถลดเวลาในการค้นหาและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับส่วนต่างๆ ในระหว่างเวลาที่รอได้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการผลิตของเราลดลง ซึ่งการรวม WMS เข้ากับ MES โดยตรงนั้นมีข้อดีหลายประการ หากอยากรู้ว่าการรวมระบบมีผลกับส่วนใดอีกบ้าง ก็สามารถประเมินได้หลังจากใช้งาน 6 เดือน 

 

       คุณคิดว่าคุณพัฒนาระบบเพื่อก้าวสู่ Smart Factory มาได้ไกลแค่ไหน?

       เมื่อดูแบบจำลอง 4 ขั้นตอนของ MPDV บริษัทของเราอยู่ในระยะที่ 3 ซึ่งเป็นโรงงานที่สามารถควบคุมอัตโนมัติโดยที่พนักงานของเราทำหน้าที่เป็นผู้แก้ปัญหา โดยองค์ประกอบหลักของขั้นตอนที่ 4 คือโรงงานที่มีการเชื่อมเครือข่ายในการทำงาน ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องดำเนินงานเพิ่มเติมในการเชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างการผลิตและการขนส่ง ดังนั้น ผมคิดว่าตอนนี้เราอยู่ในเส้นทางนั้นแล้ว เพียงแค่พัฒนาและดำเนินงานไปตามทางเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้ก้าวสู่ Smart Factory ได้อย่างสมบูรณ์ 

เรียบเรียงและแปลข้อมูลจาก : https://www.mpdv.com/media/company/company_magazine/MPDV-NEWS_International_47_2020.pdf

 

Leave a Reply